นายขนมต้ม

นายขนมต้ม

ประวัติของนายขนมต้ม

นายขนมต้ม

นายขนมต้มนั้นเกิดเมื่อวันอังคารที่ 2 เดือนยี่ ปีมะเมีย ในปี 2293 ที่ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งตรงกับในยุคสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ในตอนเด็กนั้นๆนายขนมต้มเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในวัดตั้งแต่เล็กๆ ด้วยสาเหตุที่ว่าพ่อและแม่ของนายขนมต้มนั้นถูกพวกพม่าสังหารจนถึงแก่ชีวิตทั้งสองคน โดยในช่วงเวลาที่นายขนมต้มอาศัยอยู่ในวัดนั้นก็ได้ฝึกฝนวิชามวยมาตั้งแต่ยังเล็กๆ จนมาถึงช่วงเวลาที่พม่าสามารถตีกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จนั้นนายขนมต้มถือเป็นหนึ่งในเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนไปยังประเทศพม่า

ในตำนานนั้นได้กล่าวเอาไว้ว่าในครั้งที่พม่าได้กวาดต้อนเอาชาวสยามไปในครั้งนั้นพระเจ้ามังระกษัตริย์แห่งพม่าได้ทรงจัดงานสมโภชเจดีชเวดากองขึ้นและได้ทรงโปรดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้นระหว่างชาวสยามและชามพม่าในวันที่ 17 มีนาคม เนื่องด้วยพระองค์นั้นทรงทราบมาจากเหล่าเสนาของพระองค์ว่าในสยามนั้นมีนักมวยมากความสามารถอยู่หลายคน ดังนั้นพระองค์จึงมีพระราชประสงค์ที่จะทอดพระเนตรเหล่านักมวยของสยามประเทศว่ามีฝีมือจริงตามที่เหล่าเสนาได้ทูลเอาไว้หรือไม่ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการแข่งขันขึ้นในวันและเวลาดังกล่าว

จุดเริ่มต้นของตำนาน

หนมต้ม

ในตำนานนั้นกล่าวเอาไว้ว่านายขนมต้มนั้นได้ถูกชาวพม่านำไปเฝ้าพระเจ้ามังระกษัตริย์ชาวพม่าด้วยว่านายขนมต้มนั้นเป็นผู้ที่มีฝีมือดีและเป็นหนึ่งในนักมวยที่มีความสามารถมากคนหนึ่ง ซึ่งพระเจ้ามังระนั้นก็ได้จัดการแข่งขันชกมวยกับนักมวยพม่าคนหนึ่งโดยโปรดให้นายขนมต้มและนักมวยชาวพม่าสู้กันที่หน้าพระที่นั่งของพระองค์ กล่าวกันว่าในการต่อสู้ครั้งนี้นายขนมต้มสามารถเอาชนพม่าได้ด้วยเวลาไม่ถึงยกสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ที่เข้าชมการแข่งขันในวันนั้นเป็นอย่างยิ่ง โดยพระองค์นั้นโปรดให้นายขนมต้มสู้กับนักมวยชาวพม่าต่ออีก 9 คนโดยมีข้อแม้ว่าหากนายขนมต้มชกชนะก็จะประทานอิสระภาพให้กับชาวสยามที่อยู่ในค่ายเชลยอีกด้วย นายขนมต้มนั้นได้สู้กับนักมวยทั้ง 9 คนนั้นโดยมิได้ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียวและสามารถเอาชนะนักมวยทั้ง 9 คนได้อย่างง่ายดายจนแม้แต่พระเจ้ามังระนั้นก็ยังอดยกย่องความเก่งกาจของนายขนมต้มผู้นี้มิได้

วันที่ 17 มีนาคม ของทุกปี

 

นายขนมต้มนั้นชกกับนักมวยชาวพม่าในวันที่ 17 มีนาคมตามประวัติศาสตร์ ดังนั้นในปัจจุบันนี้จึงได้มีการตกลงกันให้วันนี้ของทุกปีนั้นเป็นวันเชิดชูเกียรติของนายขนมต้มนักมวยไทยผู้พิชิตนักมวยชาวพม่าในวันนั้น

นายขนมต้มนั้นถือได้ว่าเป็นตำนานยอดนักมวยของชาวไทยโดยแท้จริงไม่เพียงแต่ท่านจะยังกล้าหาญแล้ว ในวันนั้นท่านยังได้แสดงฤทธิ์ของมวยไทยและคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของชาวต่างชาติอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้ชาวต่างชาติต่างก็พากันยอมรับในมวยไทยว่าเป็นศาสตร์และเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ทรงพลานุภาพที่สุด ว่ากันว่ามวยไทยนั้นเป็นยอดแห่งกระบวนท่าในด้านการยืนต่อสู้ที่ยากจะหาศาสตร์ใดมาต่อกร โดยสถานที่ที่ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาฝึกมวยไทยกันนั้นคือบริเวณจังหวัดภูเก็ต กรุงเทพ เชียงใหม่ และ อีกหลายๆ ที่ นอกจากนี้ที่ต่างประเทศยังมีการฝึกสอนมวยไทยให้กับชาวต่างชาติในต่างประเทศอีกด้วย